Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

NOTIFIER FIRE ALARM SYSTEM

ระบบป้องกันอัคคีภัย หรือ ระบบแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้

(Fire Alarm System) คือ ระบบที่สามารถตรวจจับการเกิดเหตุเพลิงไหม้ และ แจ้งผลให้ผู้อยู่ในอาคารทราบ โดยอัตโนมัติ ระบบที่ดีจะต้องตรวจจับและแจ้งเหตุได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และ มีความเชื่อถือได้สูง เพื่อให้ผู้อยู่ภายในอาคารสถานที่มีโอกาสดับไฟในระยะลุกไหม้เริ่มต้นได้มากขึ้น และ มีโอกาสที่จะอพยพหลบหนีไฟออกจากอาคารสถานที่ไปยังที่ปลอดภัยได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นผลให้ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มาก การเกิดอัคคีภัยก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สาเหตุส่วนใหญ่จะมาจากใน ขณะที่เริ่มเกิดเหตุเพลิงไหม้ จะไม่มีคนอยู่ในบริเวณพื้นที่ๆเกิดเหตุ หรือเกิดในบริเวณที่ไม่มีคนมองเห็นได้ ซึ่งกว่าเจ้าของสถานที่นั้น จะทราบเหตุเพลิงไหม้ก็ลุกลามจนเกินกำลังที่ คนในสถานที่เพียงไม่กี่คน หรือ อุปกรณ์ถังดับเพลิงขนาดเล็กที่มีอยู่ภายในสถานที่จะใช้ทำการสกัดกั้น หรือดับเหตุเพลิงไหม้ได้ ดังนั้นอาคารสถานที่ต่างๆ หรืออาคารสถานที่ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีระบบการแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย จึงได้มีการนำเอาระบบอุปกรณ์สัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย มาติดตั้งไว้ภายในสถานที่ เพื่อให้คนภายในสามารถที่รับรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนที่เหตุเพลิงไฟจะลุกลาม และอพยพออกจากภายในสถานที่เกิดเหตุได้ทันการก่อนที่จะไม่สามารถจะระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ โดยที่การติดตั้งระบบอุปกรณ์สัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัยนี้จะช่วยให้เจ้าของอาคารสถานที่ต่างๆ ลดการสูญเสียชีวิต ของผู้ที่อยู่ในอาคารสถานที่ และ ลดการสูญเสียทรัพย์สินต่างๆภายในอาคารสถานที่ได้เป็นอย่างดี


 

ส่วนประกอบของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

โดยส่วนประกอบที่สำคัญของ ระบบสัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย จะมีอยู่ 5 ส่วน ประกอบการทำงานหลัก ซึ่งทั้งหมดจะทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ คือ แผงควบคุม , ชุดจ่ายไฟ , อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ , อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ , อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ

 


1. ตู้แผงควบคุม (Fire Alarm Control Panel) เป็นส่วนที่ใช้ควบคุม และตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ และสั่งการทำงานส่วนต่างๆในระบบทั้งหมด จะประกอบด้วย
   1.1 วงจรตรวจคุมคอยรับสัญญาณจากอุปกรณ์เริ่มสัญญาณ
   1.2 วงจรทดสอบการทำงาน
   1.3 วงจรป้องกันระบบ
   1.4 วงจรสัญญาณแจ้งการทำงานในสภาวะปกติ และภาวะขัดข้อง เช่น สายไฟจากอุปกรณ์ตรวจจับขาด , แบตเตอรี่ต่ำ , ไฟฟ้าที่จ่ายตู้แผงควบคุมโดนตัดขาด หรือมีปัญหา เป็นต้น
   1.5 ตู้แผงควบคุม (FCP) จะมีไฟ LED , เสียงแสดงสภาวะต่างๆ และสวิทซ์ปุ่มกดต่างๆ บนหน้าจอตู้ควบคุม เช่น
      – Fire Lamp : จะติดเมื่อเกิดเพลิงไหม้
      – Main Sound Buzzer : จะมีเสียงดังขณะแจ้งเหตุ
      – Zone Lamp : จะติดค้างแสดงโซนที่เกิด Alarm
      – Trouble Lamp : แจ้งเหตุขัดข้องต่างๆของระบบ
      – Control Switch : สำหรับการควบคุม เช่น เปิด/ปิดเสียงที่ตู้ควบคุม และกระดิ่ง ,ทดสอบการทำงานของระบบตู้ควบคุม , ทดสอบ Battery
      – Reset : คืนค่าระบบหลังเหตุการณ์เป็นปกติ

2. ชุดจ่ายไฟ (Power Supply) ชุดจ่ายไฟ เป็นอุปกรณ์แปลงกำลังไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟมาเป็นกำลังไฟฟ้ากระแสตรง ที่ใช้ในการทำงานของระบบควบคุม และจะต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง เพื่อให้ระบบทำงานได้ในขณะที่ไฟฟ้าปกติของสถานที่ดับ

3. อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ (Initiating Devices) เป็นอุปกรณ์ต้นกำเนิดของ สัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
   3.1 อุปกรณ์เริ่มสัญญาณด้วยมือจากบุคคล (Manual Station) มี 2 แบบ คือ
     – แบบอุปกรณ์ใช้มือดึงคันโยกลงหรือใช้มือกด (Push or Pull Down Manual Station)
     – แบบอุปกรณ์ใช้มือทุบกระจกแตก หรือทุบกระจกแตกและกดปุ่ม (Break Glass)

   3.2 อุปกรณ์เริ่มสัญญาณโดยอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์อัตโนมัติที่มีปฏิกิริยาไวต่อสภาวะ ตามระยะต่างๆของการเกิดเพลิงไหม้ ได้แก่
          3.2.1 อุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector)
          3.2.2 อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector)
          3.2.3 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟ (Flame Detector)
          3.2.4 อุปกรณ์ตรวจจับแก๊ส (Gas Detector)  

อุปกรณ์เริ่มสัญญาณแบบอัตโนมัติ (Automatic Initiation Devices) มีหลายชนิดดังนี้

     3.2.1. อุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector) แบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้
         – อุปกรณ์ตรวจจับควันชนิดไอออนไนเซชั่น (Ionization Smoke Detector) อุปกรณ์ชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ตรวจจับสัญญาณควันในระยะเริ่มต้นที่มีอนุภาคของควันเล็กมาก Ionization Detector ทำงานโดยใช้หลักการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะทางไฟฟ้า โดยใช้สารกัมมันตภาพรังสีปริมาณน้อยมากซึ่งอยู่ใน Chamber ซึ่งจะทำ ปฏิกิริยากับอากาศที่อยู่ระหว่างขั้วบวก และขั้วลบ ทำให้ความนำ ไฟฟ้า (Conductivity) เพิ่มขึ้นมีผลให้กระแสสามารถไหลผ่านได้ โดยสะดวก เมื่อมีอนุภาคของควันเข้ามาใน Sensing Chamber นี้ อนุภาคของควันจะไปรวมตัวกับอิออน จะมีผลทำ ให้การไหลของกระแสลดลงด้วย ซึ่งทำให้ตัวตรวจจับควันแจ้งสถานะ Alarm
       – อุปกรณ์ตรวจจับควันชนิดโฟโต้อิเลคตริก (Photoelectric Smoke Detector) เหมาะสำหรับใช้ตรวจจับสัญญาณควันในระยะที่มีอนุภาคของควันที่ใหญ่ขึ้น Photoelectric Smoke Detectorทำงานโดยใช้หลักการสะท้อนของแสง เมื่อมีควันเข้ามาในตัวตรวจจับควันจะไปกระทบกับแสงที่ออกมาจาก Photoemiter ซึ่งไม่ได้ส่องตรงไปยังอุปกรณ์รับแสง Photo Receptor แต่แสง ดังกล่าวบางส่วนจะสะท้อนอนุภาคควันและหักเหเข้าไปที่ Photo Receptor ทำให้วงจรตรวจจับของตัวตรวจจับควันส่งสัญญาณแจ้ง Alarm

     3.2.2. อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector)อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน เป็นอุปกรณ์แจ้งอัคคีภัยอัตโนมัติรุ่นแรกๆ มีหลายชนิด ซึ่งนับได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ราคาถูกที่สุดและ มีสัญญาณหลอก (Fault Alarm) น้อยที่สุดในปัจจุบัน อุปกรณ์ตรวจจับความร้อนที่นิยมใช้กันมีดังต่อไปนี้ – อุปกรณ์ตรวจจับความร้อนชนิดจับอัตราการเพิ่มของอุณหภูมิ (Rate-of-Rise Heat Detector)อุปกรณ์ชนิดนี้จะทำ งานเมื่อมีอัตราการเพิ่มของอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ 10 องศาเซลเซียสใน 1 นาที ส่วนลักษณะการทำงานในส่วนด้านบนของส่วนรับความร้อน เมื่อถูกความร้อนจะขยายตัวอย่างรวดเร็วมากจนอากาศที่ขยายไม่สามารถเล็ดลอดออกมาในช่องระบายได้ ทำให้เกิดความดันสูงมากขึ้น และไปดันแผ่นไดอะแฟรมให้ดันขาคอนแทคแตะกัน ทำให้อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน นี้ส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุม – อุปกรณ์ตรวจจับความร้อนชนิดจับอุณหภูมิคงที่ (Fixed Temperature Heat Detector) อุปกรณ์ชนิดนี้จะทำงาน เมื่ออุณหภูมิของ Sensors สูงถึงจุดที่กำหนดไว้ซึ่งมีตั้งแต่ 57 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 150 องศาเซลเซียส การทำงานอาศัยหลักการของโลหะสองชนิด เมื่อถูกความร้อนแล้วมีสัมประสิทธิ์การขยายตัวแตกต่างกัน เมื่อนำโลหะทั้งสองมาแนบติดกัน (Bimetal) และให้ความร้อนจะเกิดการขยายตัวที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดบิดโค้งงอไปอีกด้านหนึ่งเมื่ออุณหภูมิลดลงก็จะคืนสู่สภาพเดิม – อุปกรณ์ตรวจจับความร้อนชนิดรวม (Combination Heat Detector) อุปกรณ์ชนิดนี้ได้รวมเอาคุณสมบัติของ Rate of Rise และ Fixed Temp.เข้ามาอยู่ในตัวเดียวกัน เพื่อตรวจจับความร้อนที่เกิดได้ทั้งสองลักษณะ    

    3.2.3 อุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟ (Flame Detector) โดยปกติจะนำ ไปใช้ในบริเวณพื้นที่อันตรายและมีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้สูง (Heat Area) เช่นคลังจ่ายน้ำมัน, โรงงานอุตสาหกรรม, บริเวณเก็บวัสดุที่เมื่อติดไฟจะเกิดควันไม่มาก หรือ บริเวณที่ง่ายต่อการระเบิด หรือ ง่ายต่อการลุกลาม อุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟจะดักจับความถี่คลื่นแสงในย่านอุลตร้าไวโอเล็ทซึ่งจะมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 0.18-0.36 ไมครอน ที่แผ่ออกมาจากเปลวไฟเท่านั้น แสงสว่าง ที่เกิดจากหลอดไฟ และ แสงอินฟราเรดจะไม่มีผลทำให้เกิด Fault Alarm ได้

      3.2.4 อุปกรณ์ตรวจจับก๊าซและแก๊ส (CO Sensor – Gas Detector) คือ อุปกรณ์ตรวจจับก๊าซ Carbon Monoxide (CO) และ แก๊ส Gas หน้าที่หลัก จะตรวจจับ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ แก๊สธรรมชาติ Natural gas , แก๊ส LPGระดับการแจ้งเตือน Alarm level : 10% LEL of Natural gas , 100 PPM of CO(Photoelectric Smoke Detector with Heat and Carbonmonoxide Sensors)เป็นอุปกรณ์ตรวจจับควันแบบลำแสง ร่วมกับการตรวจจับความร้อน และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ทำงานที่อุณหภูมิเพิ่มมากกว่า +135?F (+57?C)

4. อุปกรณ์แจ้งสัญญาณด้วยเสียงและแสง (Audible & Visual Signalling Alarm Devices) หลังจากอุปกรณ์เริ่มสัญญาณทำงานโดยส่งสัญญาณมายังตู้ควบคุม (FCP) แล้ว ตู้ควบคุม FCPจึงส่งสัญญาณออกมาโดยผ่านอุปกรณ์แจ้งสัญญาณด้วยเสียงและแสง ได้แก่

     – กระดิ่ง
     – ไซเรนเสียง
     – ไซเรนเสียงและแสง
     – ไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้ผู้อยู่ภายในสถานที่ , ผู้รับผิดชอบ หรือ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการดับเพลิง ได้ทราบว่ามีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น

5. อุปกรณ์ประกอบ (Auxiliary Devices) เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานเชื่อมโยง กับระบบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมป้องกัน และดับเพลิงโดยจะถ่ายทอดสัญญาณระหว่างระบบเตือนอัคคีภัยกับระบบอื่น เช่น
     5.1 ส่งสัญญาณกระตุ้นการทำงานของระบบบังคับลิฟต์ ลงชั้นล่าง , การปิดพัดลมในระบบปรับอากาศ ,เปิดพัดลมในระบบระบายอากาศ , เปลี่ยนแปลงเพื่อควบคุมควันไฟ , การควบคุมเปิดประตูทางออก ,เปิดประตูหนีไฟ , ปิดประตูกันควันไฟ , ควบคุมระบบกระจายเสียง และ การประกาศแจ้งข่าว ,เปิดระบบดับเพลิง เป็นต้น
       5.2 รับสัญญาณของระบบอื่นมากระตุ้นการทำงานของระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย เช่น จากระบบพ่นน้ำปั๊ม ดับเพลิง , ระบบดับเพลิงด้วยสารเคมีชนิดอัตโนมัติ เป็นต้น

การพิจารณาเลือกซื้อและติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจจับ ในบริเวณต่างๆ ควรจะคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของชีวิตกับ ความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยภายในบริเวณต่างๆของสถานที่ และลักษณะของเพลิงไหม้ที่จะเกิดขึ้น เพื่อที่จะได้กำหนดจุดออกแบบการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับให้เหมาะสมกับสถานที่ และจะได้ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเกินไป

 


การออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัย

ผู้ออกแบบควรทำความเข้าใจลักษณะของสิ่งที่จะป้องกัน (Hazard) ให้ดีเสียก่อนอย่างน้อยควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ องค์ประกอบของไฟ คือ ออกซิเจน ความร้อน เชื้อเพลิง และปฏิกิริยาลูกโซ่การเผาไหม้

เชื้อเพลิงประเภท A คือ เชื้อเพลิงอินทรีย์ที่เป็นของแข็ง
เชื้อเพลิงประเภท
B คือ น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซ ยกเว้นน้ำมันสำหรับประกอบอาหาร
เชื้อเพลิงประเภท
C คือ เชื้อเพลิงที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไหลอยู่
เชื้อเพลิงที่เกี่ยวข้อง : ปริมาณ และ ชนิด ของเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกๆ ในการเลือกสารดับเพลิง และ วิธีการส่งสารดับเพลิง
ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น : เป็นปัจจัยในการตัดสินความจำเป็น ในการใช้ระบบป้องกันอัคคีภัย
ความคาดหวังผลการป้องกัน : สำหรับกำหนดสมรรถนะของระบบป้องกันอัคคีภัยที่ต้องการ

 

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะหาได้จากการศึกษา ลักษณะของกิจการต่างๆ ที่จะออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยไว้ป้องกัน เช่น โรงแรม , โรงงาน , คอนโดมิเนียม , โรงงานปิโตรเคมี , คลังสินค้า , ธนาคาร ฯลฯ แต่ละกิจการจะมีแนวทางปฏิบัติ และข้อกำหนดต่างๆ ของตนเอง ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากกับการออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสม

 


การเลือกระบบแจ้งเหตุเกิดเพลิงไหม้

1. ควรเลือกระบบที่ผ่านมาตรฐานการทดสอบและรับรองคุณภาพ จาก UL , FM เป็นต้น
2. ระบบอุปกรณ์และการติดตั้ง ควรเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA และ มาตรฐานของทาง วสท.กำหนดไว้
3. ควรเลือกซื้อกับบริษัทฯที่มีประสบการณ์ และ มีความชำนาญในระบบ อย่างแท้จริง
4. แบรนด์สินค้า ควรเป็นแบรนด์ที่มีผู้ให้การยอมรับและเลือกใช้เป็นจำนวนมาก
5. ควรเลือกระบบอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับ สถานที่ติดตั้งจริง
6. ควรเน้นเรื่องการบริการหลังการขาย และการบำรุงรักษาระบบอุปกรณ์จากบริษัทฯ ผู้ขาย

สิ่งสำคัญในการใช้งานระบบแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย

1. ควรเก็บแบบแปลนการเดินท่อ และเดินสายสัญญาณ ของสถานที่ติดตั้งระบบแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย ให้ขอแบบอัพเดทล่าสุดที่ติดตั้งเสร็จจริง จากบริษัทผู้ทำการติดตั้ง
2. ควรเก็บแบบแปลนตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ทุกจุด ของสถานที่ติดตั้งระบบแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัยให้ขอแบบอัพเดทล่าสุดที่ติดตั้งเสร็จจริง จากบริษัทฯผู้ขายและทำการติดตั้ง
3. ควรตรวจนับอุปกรณ์ทั้งหมดที่สรุปซื้อ และ ตรวจสอบเทสระบบอุปกรณ์ให้แน่ใจก่อนรับส่งมอบงาน
4. ควรขอสัญญาเงื่อนไขการรับประกันการติดตั้งและสินค้าทั้งหมด จากบริษัทฯผู้ขายและทำการติดตั้ง
5. ควรขอตารางวัน เวลา ของการบริการตรวจเช็คระบบหลังการขาย จากบริษัทฯผู้ขาย
6. ควรจะเก็บคู่มือการใช้งานระบบอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นอย่างดี ให้ขอจากบริษัทฯผู้ขายและทำการติดตั้ง
7. ควรจัดหาผู้รับผิดชอบ ควบคุมและจัดการระบบแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย อย่างน้อย 2 ท่าน ในการเข้ารับการอบรมการใช้งานอุปกรณ์ และอบรมระบบจัดเตรียมป้องกันอัคคีภัย
8. ควรจะมีการเทสระบบการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมด อย่างน้อย 6 เดือนครั้ง
9. ควรจะมีการเตรียมการซ้อมหนีไฟ กรณีเกิดเหตุการณ์จริง อย่างน้อย 4 เดือนครั้ง
10. ควรจะมีการตรวจเช็คและทำความสะอาดระบบอุปกรณ์ทั้งหมด ปีละ 2 ครั้ง

 

Download Template Joomla 3.0 free theme.

You are here: Home News and Events NOTIFIER FIRE ALARM SYSTEM